Alex Moulton - สัมภาษณ์ แดน ฟาเรล ผู้จัดการด้านเทคนิค บ.โมลตัน ไบซิเคิ้ล คอมปานี

29 AUG 2019

โดย :  JK

บทความแปล : การสัมภาษณ์ แดน ฟาเรล ผู้จัดการด้านเทคนิค บ.โมลตัน ไบซิเคิ้ล คอมปานี ณ โรงงานในเขตคฤหสาถ์ตระกูลโมลตัน ที่ ดร.อเล็กซ์ โมลตัน ยกให้อยู่ในความดูแลของทรัสต์ ใครเคยไปเยี่ยมเยียนมาแล้วคงพอจะทำให้หายคิดถึง ส่วนคนที่ยังไม่เคยไป คงจะได้รู้จักประวัติศาสตร์ของจักรยานยี่ห้อที่ยังมีคนรู้จักในหมู่น้อย แม้นว่าจะมานานกว่าห้าสิบห้าปีแล้ว

มันเป็นวันที่ฝนตกในเมือง Bradford ที่ริมฝั่งแม่น้ำ Avon, เมืองนี้สร้างด้วยหินเช่นเดียวกับเมือง บาร์ธ ฉาบไปด้วยเฉดสีเหลืองในเนื้อหิน เมื่องที่แลดูเก่าและแกร่งแถมเต็มไปด้วยประวัติอุตสาหกรรมหนัก ที่เต็มไปด้วยเสียงจากโรงงานมาเกือบ 200 ปี สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องราวเสียงเหล่านั้นคงได้เบาบางลงไปแล้ว แต่สำหรับคนที่รู้จักประวัติของเมือง เสียงเหล่านั้นยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนจากเสียงของอุตสาหกรรมฝ้ายและยาง กลายมาเป็นอุตสาหกรรมจักรยาน ที่คุณเพียงอาจยังไม่รู้จัก

ความอยากรู้อยากเห็นและแมว

“นั่นสำหรับโทบี้” แดน ฟาเรล ทำท่าชี้ไปที่ป้ายที่อยู่ข้างทาง “โปรดใช้ความระมัดระวัง แมวโทบี้ข้ามถนน”  “ผมจำได้ว่า อเล็กซ์เคยบอกว่า “เขากับโทบี้พนันกันว่าใครจะอายุยืนกว่ากัน”  ซึ่งผมคิดว่าโทบี้ชนะ” แดนกล่าวต่อ “แล้วผมก็คิดถูก”

จากสไตล์การแต่งตัวด้วยเสื้อโค้ต เสื้อกีฬาแบบถัก มีข้อสังเกตน้อยมากที่จะบอกว่า ฟาเรล คือ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของบริษัทจักรยานที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในอังกฤษ แต่มีคำใบ้เล็กน้อยที่กุญแจรถติดกับประแจซี่ลวดขนาดพกพา และคอปกเสื้อมีเครืองหมายของความสงสัย

นักจักรยานส่วนใหญ่จะอาจจะตัดสินว่ามันเป็นจักรยานพับ แต่หากมองอย่างพินิจพิเคราะห์ด้วยรูปทรงที่แปลกประหลาดมาพร้อมกับล้อเล็ก ใช้แฮนด์และอุปกรณ์ จากรถเสือหมอบ จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เมื่อแหงนมองไปบนกำแพงจะเห็นรูปสลักจักรยานพร้อมคนขี่อยู่ในภาพนูนต่ำ “บนนั้นคือ ทอม ซิมป์สัน”  ฟาเรล เล่า “เรื่องมันก็คือ เขามาขี่รถจักรยานของเราคันหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็บอกว่าถ้าไม่ติดเซนต์สัญญากับจักรยาน เปอร์โยช์ ผมจะมารับรถจักรยานนี้ในสัปดาห์หน้า”

 

                                     

 

จักรยานคันนั้นคือ โมลตัน เอส สปีด ออกแบบโดย อเล็กซ์ โมลตัน และขี่ทดสอบโดย  ซิมป์สัน ที่ Hern Hill ในปี 1963 เครื่องหมายบนปกเสื้อของฟาเรล  เป็นการปฎิรูปของจักรยานคันนั้น พัฒนาในต้นยุค 1980

ที่เรายืนอยู่บนเนื้อที่ 7 เอเคอร์ ทรัพย์สินของตระกูลโมลตันตั้งแต่ปี 1848 ซึ่งอเล็กซ์ยกให้เป็นของทรัสต์ (กฎหมายอังกฤษจะนำที่ดินที่ไม่เสียภาษีที่ดินกลับคืนเป็นของรัฐ เศรษฐีนิยมยกให้อยู่ในความดูแลของทรัสต์ และยังมีสิทธิในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้) หลังจากเขาตายในเดือนธันวาคม 2012 ด้วยอายุ 92 ปี

จักรยานโมลตันทุกคันยังคงผลิตที่นี่ และเหมือนจิตวิญญาณของผู้ก่อตั้งยังคงอยู่

ความจำเป็นคือมารดาของการประดิษฐ์

ทางที่ดีที่สุดที่จะเข้าใจจักรยานโมลตัน คือได้เห็นมัน  เฟรมเป็นแบบก้าวข้ามได้ (เตี้ย) ล้อมีขนาดเล็ก มีระบบกันสะเทือนทั้งด้านหน้า และด้านหลัง เฟรมมีหลายแบบที่สามารถถอดแยกออกจากกันได้ โดยส่วนกลางเท่านั้นที่แยกออกจากกัน ไม่ใช่จักรยานแบบพับได้

“เรามักจะพูดกันว่าถ้าอยากได้จักรยานพับ ให้ไปซื้อ บรอมตัน ซึ่งดีมากๆ แต่ถ้าคุณต้องการจะขี่จักรยาน ซื้อโมลตัน”

ฟาเรลกล่าว

“เรื่องราวมันเริ่มระหว่างวิกฤตซูเอต ในปี 1956 เมื่อมีการปันส่วนน้ำมัน อเล็กซ์ต้องการพาหนะที่ไม่ใช่รถยนต์ เขาซื้อจักรยาน เขาเริ่มหลงเสน่ห์มัน เขาไม่เคยขี่จักรยานที่น้ำหนักเบาๆมาก่อน

 

                                 

 

แต่เขาไม่สามารถขนสัมภาระอะไรได้ ไม่สามารถให้คนอื่นยืมจักรยานของเขาได้ ถ้าคนๆนั้น ไม่ได้มีรูปร่างสูงใกล้เคียงกับเขา และเขาไม่ชอบท่อเชื่อมระหว่างท่อนั่งกับคอ เขาคิดว่ามันออกแบบมาไม่ฉลาด และทำไมสร้างสิ่งที่มีล้อโดยปราศจากระบบกันสะเทือน

เขาเริ่มตั้งโจทย์ที่ท้าทายต่อความเป็นวิศวกรของเขาเอง “เปลี่ยนแปลงจักรยานให้เป็นเครื่องมือที่จะมีคนจดจำและมีรูปแบบที่คลาสสิค”

โมลตันสร้างรถต้นแบบคันแรกในปี 1959 และในปี 1962 เขาได้แสดงรถเพื่อการผลิตจำหน่ายในงานแสดงที Earl’s Court Cycle Show จักรยานแบบนี้มีขนาดเพียงขนาดเดียว  มีที่สำหรับใส่ของด้านหน้าและหลัง  และมีระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลังเช่นเดียวกัน  แถมยังขี่ได้เหมือนกับรถล้อขนาดใหญ่

ความต้องการในตลาดมีสูงมากการผลิตเองก็ขยายตามจนถึงจุดที่ โมลตันใหญ่เป็นอันดับที่สองของผู้ผลิตจักรยานรองจากราเล่ห์

บุรุษแห่งอุตสาหกรรม

ขณะที่บริษัทจักรยานเริ่มขึ้นเมื่อปี 1962 การก่อร่างสร้างตัวขึ้นมามีมานานมากกว่านั้น เมื่อปู่ทวดของอเล็กซ์ สตีเฟ่น โมลตัน นำกระบวนการทำยางให้แข็งตัว (Vulcanisation) จากนักเคมีชาวอเมริกา ชาล์ล กู้ดเยียร์ มาสู่อังกฤษ ยุคทศวรรตที่ 1840

สตีเฟ่น ตั้งโรงงานยางของเขาเองบนที่ดินที่เป็นโรงงานจักรยานในปัจจุบัน ในปี 1848 มันเป็นโรงงานที่สามารถมองเห็นได้จากหน้าต่างบ้านพัก ฟาเรลพูด ขณะเดินนำไปสู่ผู้ดูแลคฤหาสน์ ในปัจจุบัน

 

                                

 

ครอบครัวโมลตันมีภาพวาดสีน้ำมันติดอยู่ในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์  มีจดหมายจากอาณาจักรบูไนเกี่ยวกับยางใส่กรอบไว้ จะเห็นได้ว่าหลังจากปู่ทวดของอเล็กซ์ได้รับเลือกจากสภาวิศวกรรมและประเทศบูไน ครอบครัวโมลตันปัจจุบันได้รับความร่ำรวยจากอุตสาหกรรมหนักของประเทศอังกฤษ และปูทางเช่นนี้มาจนถึงยุคของอเล็กซ์ที่เข้าสู่เส้นทางของจักรยาน 

ของเล็ก, ความคิดใหญ่

วัยหนุ่มอเล็กซ์ศึกษาวิศวกรรมที่เคมบริจด์ แต่เมื่อเกิดสงครามโลก เขาจึงต้องไปทำงานให้บริษัทผลิตเครื่องบิน บริสทอล แอร์โร่เพลน ซึ่งผลิตเครื่องยนต์ให้เครื่องบินของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร

หัวหน้าของอเล็กซ์คือ เซอร์ รอย ฟิดเดน ผู้ชายแข็งแรง มีลักษณะคล้ายวิศกรอังกฤษรุ่นเก่าๆ อเล็กซ์เรียนรู้มากมายจากเขา : ทำอย่างไรกับความเชื่อมั่นด้านวิศวกรรมของคุณ และจะสร้างรายได้จากมันอย่างไร

ฟิดเดินออกแบบเครื่องยนต์สูบปลาดาว หรือหลายแฉก และมีปัญหาในการตกลงข้อตกลงในปี 1919 เมื่อกองทัพไม่สร้างเครื่องบินจำนวนมากอีก ซึ่งเขาจะได้รับเปอร์เซนต์จากเครื่องบินที่ขายได้

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทบริทอลผลิตเครื่องบินส่งให้กองทัพถึงครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด ฟิดเดนมีรายได้มากมายถึง 80,000 ปอนด์ต่อปี

ในภายหลังเมื่ออเล็กซ์ทำสัญญากับบริษัทบริติช มอเตอร์ คอเปอร์เรชั่น ในช่วง 1950 เป็นสัญญาทำในรูปแบบของการกินเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมคิดว่าเขาเอาความคิดมาจาก ฟิดเดน

ในปี 1955 ธุรกิจยางของครอบครัวถูกซื้อโดย เอวอน รับเบอร์ อเล็กซ์จากออกมาตั้งบริษัท โมลตัน ดีเวลลอปเมนต์ ในปีถัดมา มุ่งเน้นพัฒนาการใช้ยางในการทำช่วงล่างรถยนต์

เขาได้มีโอกาสรู้จักนักออกแบบรถยนต์ อเล็กซ์ อิสิกอนนิส ซึ่งในภายหลังได้ถูกจ้างให้ออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ให้ บริติช มอเตอร์ คอร์โปเรชั่น ได้แก่ รถยนต์ มินิ เขาชักชวนให้โมลตันมาออกแบบช่วงล่าง ดับเบิ้ล ไพล่อน

 

                                      

 

การทำให้รถยนต์มินิ  มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางมากที่สุด ล้อจึงมีขนาดเล็กเพียง 10 นิ้ว และพื้นที่ที่จะเป็นระบบกันสะเทือนก็น้อยนิด

คอย์ลสปริงเป็นอะไรที่ยุ่งยากและมีน้ำหนักมาเกินไป ดังนั้นทางออกของโมลตันคือการใช้ยางเข้ามาแทนที่ ทีนี้เรื่องของล้อเล็ก และระบบกันสะเทือนทำจากยาง คงเริ่มทำให้ทุกคนคุ้นเคยแล้วสินะ

รถมินิ คันแรกออกจากสายพานการผลิตเมื่อปี 1959 และปี 1962 โมลตันพัฒนาระบบ ไฮโดรลาสติก ที่ใช้ยางและระบบของเหลวในการรองรับแรงสะเทือน ซึ่งถูกนำมาใช้ในรถ มอริส 1100 และ มินิ ปี1964

ระบบกันสะเทือนที่ถูกติดตั้งในรถยนต์ 13 ล้านคัน ตั้งแต่ปี 1959 – 2002 อเล็กซ์ได้เปอร์เซ็นต์จากรถทุกคันที่ถูกขาย ฟาเรลเสริมต่อ   กันสะเทือนแบบเดียวกันถูกนำมาใช้ในระบบกันสะเทือนด้านหลังของจักรยานโมลตัน ในทุกวันนี้ ควบคู่ไปกับ ยางในระบบ เฟล็กซิเตอร์ ในด้านหน้า ซึ่งมาจากการออกพัฒนาของอเล็กซ์ที่จะนำไปใช้ในรถลากสำหรับวิ่งบนถนนของเขา

เป็นการปลอดภัยที่จะพูดว่าอเล็กซ์ได้หยิบยืมอิทธิพลที่ประสบความสำเร็จของเขาเอง  มาใส่ในจักรยานของเขา  ดังนั้นจักรยานโมลตัน ไม่ใช่ความเขลาของเศรษฐี (มีเงินอย่างเดียว ซื้อไม่ได้)

เหล่าคนชมชอบและการเฉลิมฉลอง

จักรยานโมลตันสามารถที่จะเรียกได้ว่าสมควรได้รับเกียรติยศ จิม โกลเวอร์ สร้างสถิติ (ที่ยังคงไม่ถูกทำลาย) ด้วยการนั่งขี่ในท่าปกติ ด้วยอัตราความเร็ว 82.52 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วย โมลตันรุ่น AM Speed ในปี 1986

ในปี 2015 โมลตัน AM Speed ทำด้วย ไทเทเนี่ยม ด้วยความร่วมมือระหว่างผู้สร้างเฟรมจากสหรัฐ และเป็นเพียงเฟรมไทเทเนี่ยมเฟรมเดียวในโลกที่ถูกประมูลไปในราคา 26,000 ปอนด์  

สถาปนิก นอร์แมน ฟอซเตอร์ ผู้ออกแบบสนามวิมบลี่ ยกย่องว่า จักรยานโมลตัน คือผลงานการออกแบบที่เยี่ยมยอดในศตวรรษที่ 20 โดยผู้ออกแบบชาวอังกฤษ

มีคลับของคนคลั่งใคล้จักรยานโมลตัน เรียกตัวเองว่า โมลตันเนียร์ ฟาเรลพูดขณะเอื้อมมือไปเปิดไฟในห้องเก็บจักรยาน “พวกเขาจะมาที่นี่จากทั่วโลกเลยทีเดียวปีละ 2ครั้ง มากางเตนท์กันที่สนามหญ้า ขี่จักรยาน แลกเปลี่ยนอะไหล่ และพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ “

 

                                                          

 

ห้องเก็บของเคยเป็นที่โรงจอดรถของโมลตัน ทุกวันนี้เต็มไปด้วยท่อเหล็ก แต่ยังมีบางอย่างหลงเหลือพอให้นึกถึงอดีตที่ผ่านมา เรือคายัคที่ยังคงแขวนไว้ด้านนอก

บนผนังมีบันทึกช่วยจำลงวันที่ไว้ตั้งแต่ปี 1980 และกระดานดำเขียนความดันลมยางของ รถโรลสรอยซ์

ที่ตรงนี้คือที่ที่อเล็กซ์จอดโรลสรอยซ์ของเขา และในปีท้ายๆ เปลี่ยนเป็น เบนซ์เลย์ เขาอาจเป็นเพียงคนเดียวในโลกที่เดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถ เบนซ์ลีย์ ซี่รี่ย์ 3 ที่มีเรือคายัคบรรทุกไว้บนหลังคา เขายังคงพายเรือคายัคในแม่น้ำเอวอนเมื่อตอนวันเกิดอายุครบ 90 ปี

เราใช้โรงรถเก็บท่อเหล็ก ที่มาจากที่ต่างๆ เช่น เรโนลด์ และ โคลัมบัส แต่ก็มีเยอะที่เป็นท่อไฮโดรลิคของเครื่องบิน เรารับมันมาจากผู้ผลิตเจ้าเดียวกันที่ส่งให้ผู้ผลิตเครื่องคองคอร์ด

ท่อเหล็กที่ใช้ทำจักรยานเฟรมรูปร่างสามเหลี่ยมทั่วไปมีขนาดใหญ่และอ้วนกว่า ท่อต่อเฉียงลงจากคอรถสู่กระโหลกรถมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 44 มม. ท่อส่วนใหญ่ของที่เราขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณน้อยกว่า 10 มม. ยากที่จะมองออกว่ามันจะกลายมาเป็นจักรยานได้อย่างไร แต่ข้ามฝั่งไปฝั่งโรงงานทุกอย่างจะดูเข้าใจได้ง่ายขึ้น

มากแค่ไหน, เท่าไหร่

ภายในของอาคารที่แยกตัวออกมาได้ถูกแปลงสภาพเป็นโรงงาน ชายสามคนในชุดสีฟ้ากำลังจดจ่ออยู่กับการเชื่อม ท่อขนาดเล็กๆ เข้าด้วยกัน ดูจากโครงสร้างแล้วมันเหมือนบ้านสำหรับสร้างอากาศยานมากกว่าสร้างจักรยาน

มีท่อทั้งหมดกี่ท่อนในจักรยานโมลตัน? อ้าวละ มันเหมือนทุกครั้งที่คุณไปโบสถ์แล้วพยายามนับจำนวนเสาหรือรูปสลักอะไรสักอย่างในนั้น คุณได้ตัวเลขที่ไม่ค่อยจะเหมือนกันในแต่ละครั้ง  มันขึ้นอยู่กับแต่ละแบบของจักรยานครับ และนิยามว่าท่อนของคุณมันคือแค่ไหน แต่สำหรับรุ่นนิวซีรี่ย์ ดับเบิ้ลไพล่อน (รุ่นที่ยุ่งยากซับซ้อนและแพงที่สุด) มันมีราวๆ 85 ท่อน

นั่นมันทำให้งงงวยเมื่อเทียบกับจักรยานรูปทรงที่เราชินตาซึ่งมีเพียง 8 ท่อน ที่ทำให้ฉงนมากขึ้นอีกคือมันมีความซับซ้อนในการออกแบบ และจำนวนรุ่นต่างๆ โมลตัน ใช้ทุกชิ้นของจิ๊ก ที่มีรูปร่างต่างกันทั้ง 385 ชิ้น เพื่อสร้างเฟรม และดับเบิ้ลไพล่อน ที่ใช้กรุ๊ปซูเปอร์เรคคอร์ด จาก Campagnolo จะมีราคา 16,250 ปอนด์ ใคร ที่จะซื้อสิ่งเหล่านี้?

 

                                                             

 

 

เราขายเป็นจำนวนมากสู่เอเชีย พวกเขาต้องการสิ่งประดิษฐ์จากยุโรป หนึ่งในตัวแทนกระจายสินค้าของเราในจีนกล่าวว่า ลูกค้าของเขาต้องการซูปเปอร์เรคคอร์ด พอผมถึงถามอัตราทดเกียร์ที่เขาต้องการ

เขาตอบว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ในเมื่อมันคือ Campagnolo มันเหมือนกับคนอิตาเลียนไปภัตาคารด้วยรถลัมโบกินีของเขา ถ้าเขาไม่สามารถจอดรถไว้ในที่ที่เขามองเห็นได้ เขาก็จะไปหาที่อื่นกิน

สำหรับบริษัทที่มีรากเหง้ามาจากวิศวกรรม ไม่ลงรอยกัน   

ผู้คนต่างพูดว่า อเล็กซ์คือวิศวกรผู้ยิ่งใหญ่ แต่ผมเห็นเขาเป็นนักออกแบบผู้ยิ่งใหญ่ เขาชื่นชอบแนวคิดแบบญี่ปุ่นที่ว่า ผู้ผลิตมีความเป็นศิลปินในการสร้างงานศิลปะ สำหรับเขารูปแบบไม่ได้เดินตามประโยชน์ใช้สอย แต่มันต้องสมบูรณ์แบบสอดคล้องทั้งประโยชน์ใช้สอยและรูปลักษณ์ เขามักออกแบบสิ่งของด้วยอารมณ์ศิลปินของเขามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอๆ

เขามักจะเชื่อว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว พวกเราก็มันจะแย้งกับเขาแต่ในที่สุด เขามักเป็นฝ่ายถูกเสมอ ผมยังจำได้เมื่อถูกเรียกเข้าพบ แมวโทบี้เดินเข้ามา แล้วอเล็กซ์กล่าวว่า อ้า ผมเห็นคุณเข้ามาพร้อมกัน ผมขอมองโทบี้ก่อนเพราะว่าเขาสำคัญกว่าคุณ

ไม่ได้ตลก แต่มันคืนความจริง เขามักจะทำอะไรโดยไม่สนใจว่าคุณจะรู้สึกอะไร ทุกครั้งไปในเมื่อเขายังรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมันถูก

55 ปีในธุรกิจ และดูเหมือนว่าการตัดสินใจของอเล็กซ์ โมลตัน ไม่มีอะไรพกพร่อง

ท่อทรงเหลี่ยมที่สวยงาม

แต่ละเฟรมมีความแตกต่าง มันทำให้นึกถึงโมลตัน

จักรยานโมลตัน (ถูกเรียกภายหลังว่า F เฟรม) 1962

 

                                            

 

นี่คือจักรยานแบบดั้งเดิมที่นำมาแสดงในงาน Earl’s Court ไซเคิ้ลโชว์ เมื่อปี 1962

ในวิดีทัศน์สร้างขึ้นสำหรับวันเปิดเทอมของมหาวิทยาลัยปี1971 อเล็กซ์ โมลตัน บรรยายไว้ว่าเขานึกขึ้นมาอย่างรวดเร็วได้ว่าท่าทางนั่งขี่รถจักรยานแบบปกติเป็นท่าที่สบายที่สุด และหลังจากการค้นคว้าได้เลือกวงล้อขนาดเล็ก แรงดันลมยางสูง มีระบบกันสะเทือน มีที่สำหรับบรรทุกสัมภาระ และทุกเพศ เฟรมมีขนาดเดียว มันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่

 

อย่างไรก็ดีเขาสามารถเห็นว่าท่อนั่งมันมีขนาดยาวแต่ทำให้ดูเตี้ยโดยทำปลายให้สอบ และทำสีเหมือนปลายไม้บิลเลียด

เส้นสายของจักรยานเป็นสิ่งสำคัญมาก ด้านบนสุดของโซ่จำเป็นต้องขนานไปกับท่อนอนด้านหลัง (Chainstays) ขณะที่ด้านล่างของโซ่ต้องขนานกับพื้นดิน และท่อเชื่อมขวางไปท่อนั่ง ก็สำคัญ ทำเด็กผู้ชายต้องไม่รู้สึกว่าขี่รถสำหรับผู้หญิง

โมลตัน AM Speed ต้นแบบ, 1988

 

                                                     

 

 

 เดฟ บ๊อกแดน จบการแข้งขันขี่จักรยานข้ามทวีปอเมริกา ด้วยรถต้นแบบ AM Speed

เขาทำสำเร็จในปี 1987 ดัดแปลงจากโมเดลก่อนหน้า AM Jubilee, จบระยะทาง 4,944 ก.ม. ภายใน11 วัน 8 ช.ม. 2 นาที และในปีเดียวกันหลังจากนั้น ทุบสถิติตัวเองด้วยเวลา 10 วัน 15 ช.ม. 1 นาที เฉลี่ย 465 ก.ม.ต่อวัน ทำได้ลำดับที่ 8

จักรยานคันนี้ต่างเล็กน้อยจากแบบปกติ คันที่ บ๊อกแดน ใช้ ไม่สามารถแยกตัวเฟรมออกจากกันได้ การลดกลไกสำหรับแยกตัวเฟรมไม่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวถัง แต่มันช่วยลดน้ำหนัก ฟาเรล กล่าว มันสามารถช่วยในด้านการตลาดได้ว่าเป็นรถที่เกิดมาเพื่อการแข่งขัน

โมลตัน AM ATB, 1988

 

                                                  

 

จักรยานเสือภูเขาแบบฟูลซัสเพนชั่นที่ผลิตจำนวนมากแบบแรกของโลก, ATB ใช้ล้อ 20 นิ้ว แม้นว่าทางวิศวกรรมแล้ววัดจริงได้ประมาณ 18.3นิ้ว

ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นต้นแบบให้กับ แคนนอนเดล เฮดช๊อค, และในลิขสิทธิ์ของแคนอนเดลก็อ้างถึงการออกแบบของ โมลตัน

ยาง, ปัจจุบันเลิกผลิตแล้ว ทำโดย โวลเบอร์ ผู้จัดการด้านเทคนิคของโมลตัน แดน ฟาเรล กล่าว คนที่ซื้อ ATB ไปโทรมาถามหาซื้อยาง

ผมตอบกลับไปว่าเราไม่มีแต่เขากลับว่าเขารู้ว่าเราผลิตที่ไหน เพราะเขาเคยทำงานให้เรา และเกือบสั่งผลิตเป็นจำนวนมาก

โมลตัน New Series 2015

 

                                                 

 

 

สเตนเลสสตีล New Series รุ่นสูงสุด 3 รุ่นของโมลตัน ตัวอย่างหนึ่งของพื้นฐานการออกแบบของโมลตัน

โดยประวัติแล้วเราเป็นบริษัทผลิตช่วงล่าง เราจึงนำความคิดที่จะผลิตตัวถังให้แกร่งที่สุด จากนั้นคำนวณการใช้ช่วงล่าง

ตามที่เฟรมถักเป็นเฟรมที่มีความซับซ้อนสูง และทราบกันว่ามีความแข็งแกร่งเป็น 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับเฟรมธรรมดาที่ทำจากเหล็ก ระบบกันสะเทือนหน้ามีแท่งยางเป็นชุดที่ใช้รับแรงบิด ในระบบ Flexitor ขณะที่กันสะเทือนด้านหลังเป็นระบบ Hydrolastic เหมือนกับที่โมลตันได้ออกแบบสำหรับใช้กับรถมินิ ช่วงต้นยุค 1960

 

By JK 

British Cycle Square (BCS)